ชุมชนชนบทไทยเป็นองค์ประกอบที่สำคัญยิ่งของความเป็นชาติไทย การหลอมรวมของผู้คน วัฒนธรรม วิถีชีวิต บนความแตกต่างของภูมิสังคมตั้งแต่เหนือจรดแดนใต้ คนไทยยั่งอาศัยอยู่ในชนบทเป็นส่วนใหญ่นั่นเป็นความจริง เรามีครัวเรือนเกษตรกรทั่วประเทศประมาณ 6.5 ล้านครัวเรือน นั่นก็เป็นความจริงอีก คนเหล่านี้ได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอันจำกัดพื่อสร้างผลิตผลเป็นส่วนหนึ่ง ของรายได้ของประเทศอย่างสม่ำเสมอตลอดมา ในกระบวนการผลิตและวิถีชีวิตนั้น วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นปัจจัยที่แฝงอยู่ทุกขั้นตอน ทำอย่างไรชุมชนชนบทไทยจึงจะสามารถผสมผสานความเป็นไทยด้วยการเรียนรู้ที่จะ ใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาดบนฐานของภูมิปัญญาไทย
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จะเป็นหน่วยหนึ่งที่จะเข้าไปเรียนรู้และสนับสนุนให้ชุมชนชนบทไทยเป็นสังคม ที่สามารถเรียนรู้ถึงผลกระทบของการพัฒนาด้านเทคโนโลยี การเลือกใช้ที่ให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การต่อยอดเพื่อการจัดการอย่างยั่งยืนของสังคมนั้นๆ
ชุมชนวิทยาศาสตร์วิถีแห่งความพอเพียง
http://media.nstda.or.th/video/viewVideo.php?video_id=799&title=ชุมชนวิทยาศาสตร์วิถีแห่งความพอเพียง
ความเป็นมาชุมชนวิทยาศาสตร์
“ชุมชน” ในที่นี้หมายถึง สังคมย่อยระดับหมู่บ้านและตำบล ประกอบด้วยชาวบ้าน พระสงฆ์ ครู นักเรียน ผู้นำที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการซึ่งแต่ละกลุ่มคนมีบทบาทในการกำหนดชะตา กรรมร่วมกันของชุมชนนั้นๆ

- บูรณาการวิถีชีวิต การศึกษา ระบบการบริหารจัดการ
- ชุมชนแบบมีส่วนร่วมและมีแผนชุมชน
- เป็นกระบวนสำคัญของชุมชนวิทยาศาสตร์
ทำไมต้องเป็นชุมชนวิทยาศาสตร์

ภายใต้กระแสโลกาภิวัฒน์ของโลกปัจจุบัน สังคมไทยจำเป็นต้องมีการยกระดับความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ของคนเพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งทรัพยากรได้ตลอดเวลา มีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อก้าวสู่เวทีแข่งขันของ ระบบสังคมปัจจุบันได้ ชุมชนวิทยาศาสตร์ จึงหมายถึง ชุมชนที่มีสมาชิกชุมชนที่มีศักยภาพ และขีดความ สามารถในการ ระบุปัญหา วางแผน ร่วมมือกัน ในการแก้ปัญหา และสามารถหาทรัพยากรจากแหล่งต่างๆ มาใช้ ในการแก้ปัญหาของชุมชนอย่างยั่งยืนไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ชุมชนวิทยาศาสตร์ จึงมีเป้าหมายในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้สามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืนใน กระแสโลกาภิวัฒน์
ชุมชนวิทยาศาสตร์คืออะไร
คือชุมชนที่มีกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ด้วยการศึกษาวิจัยซึ่งเป็นเรื่องการใช้ เหตุและผลควบคู่กับการใช้ ปัญญา สามารถสร้างความรู้เพื่อการแก้ปัญหาอย่างเหมาะสมกับสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมและเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งตนเองของท้องถิ่นอย่างยั่งยืน เพื่อให้เข้าถึงสัจจธรรมที่จะทำให้สังคมและสิ่งแวดล้อมเกิดความสุขสงบสันติ
ทำอย่างไรจึงจะเป็นชุมชนวิทยาศาสตร์
กว่าจะมาเป็นชุมชนวิทยาศาสตร์ได้นั้นจำเป็นต้องมีกระบวนการต่างๆ ดังนี้
การมีส่วนร่วมของชุมชนในการเรียนรู้ เพื่อแก้ไขปัญหาของชุมชนนั้นจะมีลักษณะที่ ค่อยเป็นค่อยไปตามความพร้อมและตามความรับรู้ของเขา เพื่อให้ชุมชนมีความเชื่อมั่นในพลังของการทำงานเป็นกลุ่ม ร่วมกันคิดร่วมกันทำ ใช้เหตุผลในการแก้ปัญหาและใช้ปัญญาในการควบคุมทิศทางของชุมชน
การทำแผนชุมชน จะกำหนดวิธีการแก้ปัญหาชุมชนที่เป็นโจทย์ของการวิจัยโดยจำเป็นต้องมีแผน ยุทธศาสตร์ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน ช่วยให้ชุมชนร่วมกันในการพัฒนาชุมชนของตนเอง แผนยุทธศาสตร์ประกอบด้วย 6 แผนหลัก ได้แก่
* แผนเศรษฐกิจ ที่สามารถวิเคราะห์รายรับรายจ่ายและหนี้สินของเขตหรือชุมชน วิเคราะห์กิจกรรมการผลิตและกิจกรรมที่มำให้เกิดรายจ่ายของชุมชนหลักๆ 3 ถึง 4 รายการ มีการ จัดทำแผนเพื่อแก้ปัญหาของท้องถิ่นทั้งระยะสั้น ระยะยาว
* แผนสิ่งแวดล้อมและพลังงาน สามารถวิเคราะห์สาเหตุและแนวทางในการแก้ปัญหา ผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคมในภาวะพลังงานมีราคาแพงและขาดแคลน การแสวงหาทางออก และการพึ่งตนเอง
* แผนพัฒนากิจกรรมการผลิตแต่ละประเภท เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีศักยภาพ สามาถยกระดับเป็นวิสาหกิจชุมชน โดยเลือกใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น มองเห็นแนวทางการพัฒนา ปรับปรุงกระบวนการผลิต ผลิตภัณต่างๆ
* แผนพัฒนาทรัพยากรที่เป็นทุนทางสังคม สามารถวางแผนการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรชีวภาพไม่ว่าจะเป็นพันธุ์พืชพื้นบ้าน เส้นใยธรรมชาติ เป็นต้น
* แผนการศึกษา เน้นการเสริมสร้างศักยภาพและอบรมบุคลากรในชุมชนให้ใช้วิชาความรู้ในการฟื้นฟูและพัฒนาท้องถิ่น
* แผนสุขอนามัย สามารถสร้างเสริมสุขภาพ ปรับและประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ในการป้องกันและรักษา
การแก้ปัญหาชุมชน โครงการแก้ปัญหาต่างๆ ของชุมชนถูกพัฒนาให้เป็นโครงการย่อยๆ ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วม โครงการดังกล่าวจะถูกสร้างขึ้นภาย ใต้กรอบแผนของชุมชนทั้ง 6 แผน และนำเสนอให้กับฝ่ายชุมชนและผู้ด้อยโอกาส สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พิจารณาและให้การสนับสนุนเพื่อดำเนินโครงการต่อไป
เกณฑ์ชุมชนวิทยาศาสตร์
บริบท ของปัญหาชุมชนชนบทนั้น ควรพิจารณาครอบคลุมปัจจัยต่างๆ เช่น องค์ความรู้และ ภูมิปัญญาของชุมชน เศรษฐกิจพอเพียง ความยั่งยืนของทรัพยากรต้นทุนเช่น ที่ดินทำกิน เยาวชนที่ เป็นมรดกสืบทอดวิถีชีวิตของชุมชนไปสู่อนาคต ความเข้มแข็งของกลุ่ม/ผู้นำ/จริยธรรมและคุณธรรม เป็นต้น
เกณฑ์ชุมชนวิทยาศาสตร์จึงกำหนดขึ้นจากบูรณาการของปัจจัยเหล่านี้ และที่สำคัญเกณฑ์นี้ ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและแนวคิดทฤษฎีใหม่ สรุปดังตาราง
| ระดับชุมชนวิทยาศาสตร์ | องค์ความรู้และปัญญา | เศรษฐกิจพอเพียง | บทบาทเยาวชนในชุมชน | ผู้นำ/จริยธรรม/คุณธรรม | เทคโนโลยี |
|---|---|---|---|---|---|
| พอมีพอกิน ยึดหลักการพึ่งตนเอง | ระดับความเข้าใจปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการดูงาน พื้นที่ตัวอย่างผลลัพธ์คือ รู้และนำมาประยุกต์ได้ พอประมาณ มีเหตุผล ภูมิคุ้มกัน | ครัวเรือนที่เข้าร่วมสามารถรักษาดุลบัญชีรายรับรายจ่ายครัวเรือนทั้งปีได้ สามารถลดหนี้สินที่ไมเกิดรายได้ลงได้ (10%) | มีโครงการบ่มเพาะเยาวชนให้เข้าใจปรัชญาเศรษฐกิจกิจพอเพียง | เน้นตัวบุคคลให้สามารถพึ่งตนเองได้ มีคุณธรรมและจริยธรรม | สามารถระบุและนำมาปรับใช้เทคโนโลยีพึ่งตนเองได้ในด้านทรัพยากร การฟื้นฟู ดิน ป่าแหล่งน้ำ การจัดการด้านการเกษตรเพื่อการ พึ่งตนเอง (ระบุเทคโนโลยี) ได้ 2 เทคโนโลยี การฟื้นฟูดิน การจัดการฟาร์ม |
| สามารถยืนด้วยตนเองมีการรวมกลุ่มโดยมีสมาชิกในชุมชนมากกว่า 5 คนขึ้นไป | ระดับความเข้าใจปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในระดับที่ลึกซึ้งขึ้น ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการผลลัพธ์คือ รู้และนำมาประยุกต์พอประมาณ มีเหตุผล ภูมิคุ้มกัน มีความรอบรู้ มีคุณธรรม | กลุ่มสามารถรักษาดุลบัญชีรายรับ-จ่ายครัวเรือนทั้งปีได้ สามารถลดหนี้สินที่ไม่เกิดรายได้ลงได้(มากกว่า 10%) | สร้างกลุ่มเยาวชนให้เกิดการศึกษาเรียนรู้และร่วมปฏิบัติการกับผู้ใหญ่ | สร้างกลุ่มในชุมชนให้เข้มแข็ง เน้นคุณธรรมการมีส่วนร่วม ธรรมาภิบาล | ขยายผลเทคโนโลยีพึ่งตนเองไปสู่กลุ่มชุมชน มีการแลกเปลี่ยนบทเรียนในชุมชน มีนวัตกรรมเพิ่มขึ้น (พัฒนาเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เทคโนโลยี) |
| แบ่งปันให้ผู้อืื่นทำในระดับประเทศเป็นตัวอย่างให้ชุมชนอื่น | มีความรู้ความเข้าใจในเศรษฐกิจพอเพียงอย่างครบถ้วน เกิดความรู้รอบ มีคุณธรรมสามารถพัฒนาองค์ความรู้ในด้านเทคโนโลยีที่ผ่านการทดสอบโดยชุมชน | กลุ่มสามารถรักษาดุลบัญชีรายรับ-จ่ายครัวเรือนทั้งปีได้ สามารถลดหนี้สินที่ไม่เกิดรายได้ลงได้ทั้งหมดและมีเงินออม | เยาวชนเข้าร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับชุมชน พัฒนานวัตกรรมเศรษฐกิจพอเพียงทั้งในบริบทของเศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยี | เกิดตัวอย่างที่ชุมชนอื่นมาศึกษาดูงาน มีวิทยากรของชุมชนเผยแพร่แนวคิดการปฏิบัติ | เกิดนวัตกรรมใหม่และมีการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีกับภายนอกชุมชน มีการปรับใช้อย่างเหมาะ |
